News

ให้กำลังใจ ปุ๊กลุก ชีวิตไม่มีความสุขอีกเลย

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​

ให้กำลังใจ ปุ๊กลุก ชีวิตไม่มีความสุขอีกเลย

ปุ๊กลุก เปิดใจทั้งน้ำตา ขอใช้ชีวิตทั้งหมดดูแลแม่ – ล ด สถานะ ไมค์ เป็นเพื่อน

ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ เปิดใจครั้งแรก! ขอใช้ชีวิตทั้งหมดที่มีดูแลแม่ – รับผิดขอลดสถานะ ไมค์ เป็นเพื่อน ไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องมา ทุ ก ข์ ด้วย

นักแสดงสาวหน้าคม ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ วัชรตระกูล เปิดใจพูดครั้งแรกในรายการ WOODY SHOW หลังจากไม่รับงานในวงการบันเทิงตลอด 2 เดือน เล่าทั้งน้ำ ต าหลังเจอมร สุ มชี วิ ตแ ละอัพเดตอาการป่ วย ของคุณแม่หลังเกิด อุ บั ติ เ ห ตุ

พร้อมประกาศขอลดสถ าน ะควา มสั ม พันธ์ กับ พระเอกหนุ่ม ไมค์ ภัทรเดช สงวนความดี เหลือเพียงแค่ความเป็นเพื่อน

ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาหายจากวงการบันเทิงต้องหยุดทั้งหมดเลย? “มีหลายค วามรู้ สึก เลยนะคะ คือต่อให้เราออกไปทำเราก็คงไม่มีแ ร งเหมือนกัน เป็นช่วงชีวิตหนึ่งที่แบบพักแล้วก็ถามตัวเองในหลายๆ เรื่อง คือมันเป็นช่วงที่เหมือนเราเจอเรื่องเยอะ รู้สึกเหมือนต้องเข้มแข็ง ต้องผ่านมันไป”

ช่วงที่ผ่านมาน่าจะหนักที่สุดในชีวิต? “หนักที่สุดค่ะ เหมือนโลกมันถล่ม เป็นเหมือนเรื่องที่รู้สึกว่ามันไกลตัวด้วย คือไม่ได้มีภาพว่าพ่อกับแม่ที่ไม่สบายเลย ภาพคุณพ่อคุณแม่ในความรู้สึกเรา คือเขาแข็งแรงมากๆ ไม่รู้ว่าลูกคนอื่นเป็นยังไง แต่สำหรับตัวเราพ่อกับแม่เป็นกำลังใจสำ คั ญที่สุดในชีวิต”

“คือมีแฟนกี่คนต้องคุยกับแฟนว่าเราจะไม่มีลูก เพราะอยากเอาเวลาทั้งชีวิตให้กับพ่อและแม่ในช่วงบั้นปลายของเขา อยากเอาเงินทั้งหมดที่มีให้กับคนที่เขาเลี้ยงเรามาทั้งชีวิต อยากให้เขามีความสุขที่สุดในช่วงที่เขาเหนื่อยมามากที่สุดแล้ว”

เกิดอะไรขึ้นกับคุณแม่ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา? “เป็นช่วงที่เกิด โ ค วิ ด คุณแม่มีโรคประจำตัว คือ เป็นโรคคว าม ดั น โล หิ ตสู ง แต่ว่าไปหาคุณหมอเป็นประจำตลอด แล้วก็ไม่เคยมีอะไรที่เป็นสัญ ญา ณเตือนเลยว่าแย่ เพราะทานย าครบทุกอย่าง คิดว่าน่าจะเป็นช่วงที่เค รี ย ดกับโ ค วิ ด ด้วย เพราะคุณแม่ยังต้องทำงานอยู่และต้องออกไปทำงานนอกบ้านก็จะมีความ วิตก กังว ลบวกกับมีโ ร ค ปร ะจำ ตัว”

“และน่าจะเป็นเกี่ยวกับการทำงานแล้วเขาเ ค รี ย ด ในคืนวันนั้นเราก็กำลังจะนอนเลยคือแปรงฟันเรียบร้อยกำลังล้มตัวลงนอนแล้วก็ได้ยินเสียงเหมือนของหนักมันตก ในใจลึกๆ คิดว่าพี่สาวเพราะห้องอยู่ตรงข้ามกัน ทำไรเสียงดัง พี่ก็บอกเปล่าไม่ได้ทำ”

“คือในใจเลยคิดว่าหรือคนในบ้านล้ม พ่อกับแม่ล้ม ตะโกนเรียกแม่พ่อ เลยวิ่งลงไปอย่างรวดเร็ว ก็เห็นภาพคุณแม่นอนจมกอง เ ลื อ ด อยู่หน้าบันไดเลย คือมันเป็นภาพที่เราเคยเห็นในละครเยอะมาก

แต่ถ้าวันหนึ่งมันเกิดขึ้นกับเราจริงๆ จะเป็นยังไง พี่วู้ดดี้รู้มั้ยว่ามันไม่เหมือนกับที่เราแสดงมาทั้ งชีวิ ต เลย ตกใจมาก ไม่คิดว่าเป็นภาพที่จะเห็น และรับมือกับมันไม่ได้เลย”

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​

“พอเรากรี๊ด พี่สาวก็ลงมาเลยหยิบกุญแจรถ ถามกันว่าจะรอรถพย าบาลหรือจะไปส่งแม่แต่สภาพคุณแม่ไม่มีทางเลือกอื่นคือยังไงจะต้องขับรถไปเลย เลยช่วยกันอุ้มคุณแม่กับแม่บ้าน ต้องเอาไปโรงพ ย า บาลให้เร็วที่สุด ไม่มีเวลาที่จะ ขา ด ส ติได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว”

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​

“ดีใจที่วันนั้นเราไม่ได้กลับบ้านดึก ดีใจที่วันนั้นเราอยู่ที่บ้าน ดีใจที่ไม่ได้นอนเร็วเหมือนทุกครั้ง รู้สึกว่ามันมีความโ ช ค ร้ า ยแต่มันก็มีความโชคดีอยู่ในนั้น ที่เป็นวันที่ทุกคนในบ้านอยู่พร้อมกันหมดเลยที่จะช่วยกัน

พอไปถึงโรงพย า บา ลแล้วทราบตอนไหนว่าตกลงเป็นอะไร? “คุณหมอที่โรงพ ย าบ าลแรกแจ้งว่าเส้นสมองของคุณแม่มีการ ทับกันบางๆ น่าจะเกิดจากการผิดปกติบางอย่างก่อนที่จะล้ม ซึ่งเขาก็ไม่ทราบว่าล้มก่อนหรือเส้นเ ลื อ ดในสม อ งมีปัญหา”

“จนที่ไปโรงพยาบาลปัจจุบันที่คุณแม่รั ก ษ าตัวอยู่ คุณหมอแจ้งว่าจากลักษณะการแ ต กข องก ะโห ลก เส้ นเ ลื อ ดแตกก่อนแน่นอน เพราะว่าคุณแม่ไม่มีการพ ยุ งร่างกายไว้ได้เลย คุณหมอใช้คำว่าเหมือนแ ต กอย่างหนักด้านหลัง จากสาเห ตุความดั น โ ล หิ ต เส้ นเ ลื อ ด ใ นส ม อ งแ ต ก”

“แล้วคือวันแรกที่เจอคุณหมอก็แจ้งเลยว่าคือ โอกาสที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมหรือโอกาสที่จะฟื้น หรือโอกาสที่จะรอดมันเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมากๆ เหมือนคุณแม่ข า ด ออ ก ซิ เจ น ส ม อ งข า ด อากาศหายใจนานเกินไป คือตัวเราเองก็ไม่รู้ว่าคุณแม่หมดลมหายใจไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เราทำดีที่สุดแล้ว คุณ ห ม อแจ้งว่าจากแผ่น เ อ็ ก ซ เ ร ย์ มันขาดนานเกินไป”

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​

“แล้วคุณ ห ม อก็ถามว่าลูกสาวมีวิธีการคิดยังไงหลังจากนี้ ถ้าเกิดว่าตัวคุณแม่ไม่เหมือนเดิม จะให้ห ม อ รักษาแบบไหนที่ญาติต้องการ คือคุณห ม อก็คงรู้ว่าค่าใช้จ่ายจะเยอะตามมา เราก็ตอบว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะไม่ปล่อยมือแม่ ให้คุณห ม อรักษาเต็มออ ป ชั่นเท่าที่คุณห ม อจะทำได้ โดยที่ไม่ต้องคำนึงเรื่องค่าใช้จ่าย คือรู้ว่ามันหนักสำหรับเรา แต่ว่าถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ ชี พ จร ออ กซิเ จน อะไรทุกอย่างของแม่ไม่ได้ส่งสัญ ญ า ณมาว่าแม่ไม่อยากที่จะไปต่อกับหนู หนูก็จะไม่ทรมานแม่”

“ตอนอยู่ในห้อง I C U ก็คุยกันทุกวันว่าถ้าแม่สู้ แม่ต้องให้หนูเห็นว่าหนูไม่ได้ทรมาน เพราะว่าหนูก็จะทำสุดเท่าที่หนูจะทำได้ จะจับมือแม่จนกว่าแม่จะปล่อยมือหนู หนูไม่มีทางปล่อยมือแม่ถ้าแม่ไม่ส่งสัญญาณอะไรมา ครอบครัวเราจะไม่ปล่อยมือแม่”

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​

“พอวันที่แม่ล้มมันทำให้ทุกคนในบ้านกลับมาคุยกันว่าจริงๆ มีอีกตั้งหลายอย่างที่เราทำได้มากกว่านั้น เช่น บางทีเรารู้สึกว่าแม่ขี้บ่น ขี้น้อยใจ เราอยากเปลี่ยนเขาว่าทำไมต้องน้อยใจเราด้วย เราก็ต้องมีเพื่อน ต้องออกไปกินข้าวนอกบ้านบ้าง เขาจะมีความรู้สึกว่าต้องเจอเราทุกวัน ต้องใช้เวลากับเขามากที่สุด ทำให้เราอยากเปลี่ยนเขา”

“คนรอบข้างก็กลัวว่าเราต้องเ สี ย ใจ ถ้ามันไม่ได้เป็นไปตามที่เราหวัง แต่ก็รู้สึกว่าไม่ว่าอะไรเราก็ต้อง เ สี ยใจอยู่แล้ว ถ้ามันไม่ได้เป็นไปตามที่เราต้องการ มันจะดีกว่าไหมถ้าวันนี้เรายังหวังกับมันได้อยู่ ถ้าเรายังหวังว่าแม่เราจะหาย ในขณะที่คนอื่นอาจจะหมดหวังไปแล้ว ตราบใดชีวิตที่มันยังหวังได้อยู่มันก็ไม่ได้ผิด”

ถ้าวันหนึ่งคุณแม่ตื่นขึ้นมาดูในการพูดคุยของเราได้ อยากจะบอกอะไรกับคุณแม่? “อยากให้แม่รับรู้จริงๆ ว่ามันไม่มีอะไรมาแทนที่แม่ได้เลย ไม่มีวันไหนที่หนูนอนหลับได้โดยไม่ตื่นมากลางดึก ไม่ว่าจะนอนที่บ้านหรือที่ห้อง I C U ไม่มีวันไหนเลยหลังจากที่ไม่มีแม่เป็นปกติแล้ว ที่เราจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปแบบปกติได้”

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​

“รู้สึกว่ามันเร็วเกินไปที่หนูหรือแม่ต้องเจอ คุณแม่เพิ่งอายุ 60 เอง สำหรับหนูคิดว่ามันเร็วเกินไป เป็นช่วงที่เราเพิ่งเก็บเงินที่จะพาเขาไปใช้ชีวิตได้ อยากให้แม่รู้ว่าทั้งชีวิตของหนูก็มีแค่พ่อกับแม่ อยากใช้ชีวิตทั้งหมดที่มีเพื่อที่จะดูแลคนที่ดูแลเรามาทั้งชีวิต”

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​

ทราบมาว่าตอนนี้ถึงขั้นไปลงเรียนผู้ช่วยพย า บ าลเพื่อมาดูแลคุณแม่และค่อยๆ เฟดตัวจากงานในวงการ เพราะอยากดูแลคุณแม่เต็มเวลา? “คงจะไม่ได้เฟดไปแบบ 100% แต่ว่าคงจะต้องเลือก อย่างถ้าวันหนึ่งมีถ่ายละครได้ก็คงต้องทำ เพราะว่าเงินก็เป็นสิ่งสำคัญในตอนนี้มากๆ เลยในการที่เราจะนำไปรักษาคุณแม่ให้ได้นานที่สุด ตามกำลังที่เรามี เพราะฉะนั้นถ้าจะเฟดคงจะเป็นการเลือกดีกว่า”

“บางรายการที่มันบันเทิงมากๆ ก็ไม่รู้ว่าจะเอาความรู้สึกบันเทิงมาจากไหน ก็เลยไม่ได้รับ แต่ถ้าในด้านการแสดงก็เป็นจิ ต วิ ญ ญ า ณ ของเรา ยังไงเราก็ต้องทำแลกกับเงิน ส่วนการเรียนพย า บ า ล เพราะเราอยู่ในห้อง I C U ทุกวัน เห็นการทำงานทุกอย่างของพี่พ ย าบาลรวมถึงคุณหมอ รู้สึกว่ามันคงจะดีถ้าวันหนึ่งเรารู้จักว่าอะไร ทำไปเพื่ออะไร วิธีการทำแบบไหน อันไหนอั น ต ร าย”

“ในกรณีที่วันหนึ่งเราต้องไปดูแลคุณแม่เองที่บ้าน เราจะได้รู้ว่าสมมติเราจ้างคนมาดูแลคุณแม่มันถูกต้องมั้ย เพราะแม่เราไม่สามารถพูดได้ ไม่สามารถบอกความรู้สึกได้ มันอุ่นใจที่เราเห็นด้วยต าเราเองว่ามันถูกหรือผิด

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​

วันแม่ปีนี้อยากทำอะไรให้กับคุณแม่? “กราบเท้าเหมือนเดิมค่ะ อย่างวันเกิดที่ผ่านมาก็เป็นปีแรกในชีวิตที่ไม่มีเป่าเทียนถึงแม้ว่าจะมีเค้กเยอะมาก ไม่มีการร้องเพลงคือเรารู้สึกว่าไม่สามารถที่จะมีความสุขได้เลย ถ้าเราไม่มีเขา ถ้าแม่ยังอยู่ในจุดที่ยังต้องเหนื่อย มีความสุขลึกๆ ที่เรายังได้ดูแลเขาในวันนี้ แต่จะไม่มีความสุขแบบเฉลิมฉลองอะไรกัน เพราะความทรงจำคือไม่เคยมีปีไหนเลยที่ไม่มีเขาในชีวิต”

ในตอนนี้สถานะระหว่าง ไมค์ และ ปุ๊กลุก เปลี่ยนไป? “คือมันเป็นความรู้สึกของเราเอง ที่ผ่านมารู้สึกว่ารู้จักกับไมค์มา 5-6 ปี ตั้งแต่วันที่เราสดใสร่าเริง ไม่มีคอนดิชั่นเกี่ยวกับคุณแม่เลย รู้สึกว่าตัวเราเองไม่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิต หรือว่าภาวะอารมณ์ บางทีเราก็ไม่ว่าใครจะพูดอะไรที่มันขำแค่ไหนเราก็เหมือนไม่ได้ยิน คิดเรื่องอื่น เหมือนกำลังกังวลมีหลายความรู้สึกมากๆ ใน 1 วัน ตั้งแต่คุณแม่ล้ม

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​

ในตอนนี้สถานะระหว่าง ไมค์ และ ปุ๊กลุก เปลี่ยนไป? “คือมันเป็นความรู้สึกของเราเอง ที่ผ่านมารู้สึกว่ารู้จักกับไมค์มา 5-6 ปี ตั้งแต่วันที่เราสดใสร่าเริง ไม่มีคอนดิชั่นเกี่ยวกับคุณแม่เลย รู้สึกว่าตัวเราเองไม่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิต หรือว่าภาวะอารมณ์ บางทีเราก็ไม่ว่าใครจะพูดอะไรที่มันขำแค่ไหนเราก็เหมือนไม่ได้ยิน คิดเรื่องอื่น เหมือนกำลังกังวลมีหลายความรู้สึกมากๆ ใน 1 วัน ตั้งแต่คุณแม่ล้ม”

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​

“คือเขาก็ทุก ข์ใจนะคะกับสิ่งที่เกิดขึ้น วันที่แม่ล้มคือไมค์ขับรถมาถึงที่โรงพย าบาลคือใช้เวลาเร็วมากๆ เลย เห็นถึงความรักที่เขามีให้กับครอบครัวเรา แล้วก็รู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับเขาที่เรายิ้มไม่ได้ แต่เขาก็ไม่สามารถยิ้มได้เพราะว่าเราก็ยิ้มไม่ได้ คิดว่าการที่เรามีสเตตัสที่มันเว้นระยะสักนิดนึง เขาก็จะได้มีความสุขในแบบที่เขาควรจะเป็น”

การเว้นระยะหมายถึงว่าเขาสามารถไปดูใจคนอื่นได้ด้วยเหรอหรือว่าแค่พัก? “มันก็นานนะคะกับการที่เราไม่สามารถหัวเราะได้เลยตลอด 2 เดือน ทุกครั้งที่มีการสนทนากันก็รู้สึกว่าเราเอาเปรียบความสุขเขา เราไม่สามารถให้ความสุขเขาได้เหมือนเดิม ไม่สามารถหัวเราะได้ในเรื่องที่เขาหัวเราะ ต่อให้เขาจะหัวเราะหนูก็จะไม่หัวเราะ”

“รู้สึกสงสารเขา มันไม่เหมือนเดิมจริงๆ ค่ะ แต่เราก็ยังมีเขาเป็นเพื่อนไง ที่รับฟังทุกเรื่อง เขาจะเป็นคนที่รู้อาการแม่ตลอด จะเป็นเพื่อนที่ไลน์มาทุกเช้าว่าแม่เป็นไงบ้างวันนี้หมอว่ายังไง”

ตอนที่เราบอกว่าขออนุญาตปรับสถานะ ไมค์โอเคเหรอ? “คือเหมือนเขาอยู่ในภาวะที่อะไรก็ได้สำหรับเรา แล้วแต่ที่ปุ๊กสบายใจ แต่เขาก็จะยืนอยู่ที่เดิม ที่เคยยืน เป็น Just สถานะ แต่แบบเราหันไปกี่ครั้งก็มั่นใจว่าจะเห็นเพื่อนคนนี้ ไม่เคยปล่อยมือเราเลยแม้แต่วินาทีเดียว”

“แล้วก็รู้สึกว่าถ้าเราเป็นแฟนคือตอนนี้เราไม่พร้อมเ สี ย ใครเลย! ไม่อยากทะ เล าะ คือจิตใจเราไม่ได้พร้อมที่จะปรับความเข้าใจในเรื่องอะไรเลยคือมันแย่มากอยู่แล้ว เลยรู้สึกว่าถ้าเป็นเพื่อนก็จะเป็นฟีลแบบจับมือกันไป โดยที่ไม่ต้อง จะมาหามั้ย ทำไมไม่โทรมา หรืออะไรแบบนี้ ให้เป็นแบบสบายๆ ไป”

“แต่ว่าก็มั่นใจว่าเรื่องดูใจหรืออะไรแบบนี้ก็คงเป็นเวลาที่เขาคงเห็นว่ามันเหมาะสม หรือตัวเขาเองก็อาจจะรับคอนดิชั่นชีวิตเราไม่ไหว เพราะทุกวันนี้ก็มีคุยกับไมค์ว่าหลังจากนี้ เราเคยแพลนไว้ว่าเดี๋ยวจะมีทริปกันไปเที่ยวต่างประเทศกันกับกลุ่มเพื่อน เพราะคิดถึงการไปเที่ยวต่างประเทศมากเลย”

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​

“เราบอกไมค์ว่าทุกโครงการมันจะถูกพับหมดเลยถ้าไม่มีแม่ไปด้วย และถ้าแม่ยังเป็นแบบนี้ ก็รู้สึกว่าชีวิตเราถ้ายังเป็นคนที่สนิทกันมากๆ เหมือนแต่ก่อน เราไปผูกเขาไว้กับสิ่งที่มันเป็นคอนดิชั่นใหม่ขึ้นมา แล้วรวมถึงแต่ก่อนเราอาจจะไปกินข้าวนอกบ้านได้ แต่ถ้าวันหนึ่งแม่กลับมาอยู่ที่บ้านก็คงไม่มีกะใจออกไปกินข้าวนอกบ้าน”

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​

“ตราบใดที่แม่ยังต้องใช้การช่วยเหลือเยอะแยะมากมายแบบนี้อยู่ การที่มีสเตตัสแบบนี้ก็อาจจะทำให้เขาได้ใช้ชีวิตแบบที่ไม่ต้องทุ กข์ไปกับเรา 100% ไปเ สี ย เ วล าชีวิตเขาด้วย”

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​

คิดว่าไมค์ต้องเข้าใจอย่างแน่นนอน ไมค์ส่งค ลิ ปและกำลังใจที่เพื่อนรักอยากจะมอบให้กับคุณ? ไมค์ : ส่วนตัวก็รู้จักกับปุ๊กลุกมาหลายปีนะครับ ได้เห็นในหลายๆ มิติของกันและกัน เขาเป็นคนที่รักครอบครัวมาก ยังจำได้เลยว่าตอนที่เขาทำบ้าน มุมนี้นะทำเป็นห้องทำงานพ่อให้พ่อทำงานอย่างมีความสุข”

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​

“จะทำมุมนี้ให้แม่ดูทีวีไปด้วยนั่งกินข้าวได้ด้วย คือเขาคิดเผื่อคนอื่นไปหมดก่อนตัวเอง ในฐานะลูกเป็นลูกที่ดีมาก ผมเชื่อว่าความดีที่เขาเป็น จะส่งผลต่อชีวิตเขาแน่นอน เป็นกำลังใจให้เสมอนะ เธอมีอะไรเล่าให้เราฟังได้ทุกเรื่องเหมือนเดิม มีอะไรให้ช่วยเหลือบอกได้เลย อยากจะบอกว่ามีอีกหลายคนที่รักเธอมาก สู้ๆ นะ เป็นกำลังใจให้เหมือนเดิม อยู่ตรงนี้แหละ มีอะไร Just call me”

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back to top button